คุณเชื่อเรื่อง "ผี" หรือไม่ จริงๆแล้ว เรื่อง "ผี" หรือ "วิญญาณ" นั้น ได้มีนักวิทยาศาสตร์และคนที่เชื่อในเรื่องนี้ได้ทำการพิสูจน์มาบ้างตั้งแต่ในอดีตและปัจจุบัน จนทำให้มีเครื่่องมือต่างๆเพื่อตรวจคลื่นความถี่ และคลื่นเสียงซึ่งพวกเขาอ้างว่า สามารถพิสูจน์การมีอยู่ของวิญญาณได้ โดยส่วนตัวแล้ว ข้าพเจ้าเคยได้ยินเรื่องราวของผีและวิญญาณมาจากหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวหรือเพื่อนๆ เอาเป็นว่า เรามาพักเรื่องราวของสัตว์ในตำนานเอาไว้ก่อนละกัน มาฟังเรื่องผีกันดีกว่า
 
 
       ขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่า ข้าพเจ้าไม่ได้หวังให้คนมาเชื่อในเรื่องราวที่เล่าให้ฟัง แต่แค่อยากบอกเล่าประสบการณ์ที่ได้พบเจอมาตั้งแต่สมัยอดีต เอาเป็นว่า มีใครในที่นี้เคยโดน "ผีอำ" บ้าง นักวิทยาศาสตร์ได้กล่าวว่า อาการผีอำนั้น อาจเป็นอาการที่เรานอนผิดท่า หรือนอนทับจุดใดจุดหนึ่งเป็นระยะเวลานานเวลานอน จึงทำให้เส้นประสาทนั้นชา และทำให้ขยับไม่ได้ ทฤษฏีนี้ก็มีความเป็นไปได้สูงและฟังดูน่าเชื่อถือเลยทีเดียว แต่หากใครที่เคยเจอประสบการณ์ผีอำมาโดยแท้จริงแล้ว จะไม่ได้เชื่อในทฤษฏีทางวิทยาศาสตร์นี้แต่อย่างใด
 
       อาการผีอำครั้งแรกของข้าพเจ้านั้น เกิดขึ้นเมื่อข้าพเจ้าได้ไปนอนเล่นที่หอพยาบาลของน้าสาว ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ตอนนั้นน้าสาวไปเข้าเวร และข้าพเจ้าค่อนข้างจะติดน้าเลยไปนอนเล่นที่นั่น และเวลานั้นเป็นเวลาช่วงหัวค่ำ มันคล้ายๆจะเป็นอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น แต่จริงๆแล้วก็คือ ข้าพเจ้ารู้ตัวทุกอย่าง ณ เวลาที่เกิด และสามารถสะบัดหลุดออกมาได้ ตอนแรกจะไม่สามารถขยับได้ก่อน สักพักจะตามมาด้วยอาการหูอื้อ โดยระยะเวลาที่นอนพักผ่อน ไม่ถึงครึ่่งชั่วโมงด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีอาการนอนผิดท่า และทับเส้นประสาทตนเองได้ถึงขนาดนั้น และที่น่าแปลกก็คือ ข้าพเจ้าได้ยินเสียงตะโกนของคนหลายๆเพศหลายๆัวัย ตะโกนว่า "มึงออกไปซะ มึงออกไปซะ มึงออกไปซะ" ซ้ำๆๆๆ จนปวดหัว เพราะไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากคิดคำในใจ พยายามนึกบทสวดมนต์ต่างๆ ก็นึกไม่ออก จึงนึกถึงพ่อแม่ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ประกอบกับการสวดมนต์เท่าที่นึกได้ สักพักเลยหลุดออกมาได้ พร้อมกับเหงื่อที่เต็มตัวทั้งๆที่ก็เปิดพัดลมอยู่ เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อข้าพเจ้าอยู่ประมาณ ป.6 และยังจำฝังใจมาได้จนทุกวันนี้
 
      ครั้งต่อมาเกิดขึ้นเมื่อข้าพเจ้ากำลังเรียน ป.โท อยู่ อาการผีอำครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อข้าพเจ้ากำลังนั่งทำการบ้านอยู่บนเตียงตอนประมาณตีสามกว่าๆเกือบตีสี่ และวูบหลับไป ตอนแรกก็เข้าใจว่าฝันแต่เหตุการณ์มันคล้ายๆกับครั้งที่แล้ว ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อตอน ป. 6 ครั้งนี้น่ากลัวและรุนแรงกว่า เพราะผีตนนี้ ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร ไม่ได้ทำให้เราขยับไม่ได้อย่างเดียว แต่มาปิดปากเรา และพยายามที่จะทำมิดีมิร้้ายเรา ซึ่งผู้หญิงทุกคนหากโดนผีอำแนวๆประมาณนี้ จะรู้เลยว่า เป็นผีผู้ชายแน่ๆ 555 (มาตลกนะ แต่ตอนนั้นตลกไม่ออกจริงๆ น่ากลัวมาก TT) เราพยายามขัดขืน และนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในใจก็คิดไปด้วยว่า "หากคุณมาทำแบบนี้ คุณยิ่งจะเป็นบาป ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่ๆ หยุดซะเถอะ ก่อนที่จะบาปไปมากกว่านี้" สักพักก็สะบัดหลุด และผลักผีตนนั้นออกไปได้ ตอนที่ผลักออกไป รู้สึกได้ว่าสัมผัสตัวของผีตนนั้นได้ มือรู้สึกเหนอะๆเลยลองดมดู กลับกลายเป็นกลิ่นเหม็นเน่า ข้าพเจ้าตกใจมาก เลยวิ่งไปล้างมือถูสบู่ออกเป็นการด่วน และสวดมนต์จนเช้า
 
     เรื่องผีที่ข้าพเจ้าได้ประสบพบเจอนั้น ส่วนใหญ่แ้ล้วจะเกิดขึ้นโดยที่ไม่เห็นเป็นตัวเป็นตน แต่รู้สึกได้ และได้ยินเสียงมากกว่า ในครั้งต่อไปค่อยเ่ล่าต่อละกัน ส่วนวันนี้พอแค่นี้ก่อน ไม่ว่าจะเชืื่อหรือไม่ก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคนแล้วกัน แต่หากท่านเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ท่านจงตั้งสติให้ดี และคิดว่า หากเราเป็นผี สิ่งที่เรากลัวที่สุดคืออะไร เราก็ใช้สิ่งนั้นแหล่ะขู่ผีไป ดีกว่าท่องนะโม หรือท่องอะไรที่เราจำไม่ได้ 555 บล็อคครั้งต่อไปจะพูดถึงเรื่องอะไร ก็ต้องติดตามกันต่อไปนะคะ บรื๊ออออ
 


 
 

edit @ 12 Aug 2012 20:58:57 by Weird Center

Comment

Comment:

Tweet