ตำนานการ์กอยด์

posted on 10 Aug 2012 00:08 by weird-center
        ฮ้าววววววววววววว ไม่ได้มาอัพบล็อคซะนานนนน เลย สักสองสามวันได้แล้วมั้ง ^^ จริงๆเรื่องแปลกๆนั้น ก็มีอะไรที่แฝงความลึกลับอยู่เสมอล่ะนะ วันนี้เรามาพูดถึงสัตว์ในตำนานกันดีกว่า ครั้งที่แล้วเราพูดถึง "มังกร" ใช่ไหม ครั้งนี้ เราจะมาพูดถึงสัตว์ในตำนานที่มีลักษณะคล้ายๆมังกรปนค้างคาวกัน! เอาล่ะ ตัวที่กำลังจะพูดถึงนั้น ก็คือสัตว์ที่เรียกว่า "การ์กอยล์" หลายๆคนอาจจะคุ้นหูอยู่บ้าง และหลายคนอาจไม่รู้จักเลย เรามาทำความรู้จักกับสัตว์ประเภทนี้กันดีกว่า โดยส่วนตัวของผู้เขียนแล้ว ผู้เขียนรู้จักกับตัว "การ์กอยล์" ครั้งแรกในเกมส์ "Heretic" ซึ่งเป็นเกมส์แนว shooting ในสมัยเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ภาพอาจจะไม่สวยนัก แต่ก็สร้างความหลอนและน่ากลัวให้กับผู้เขียนได้มากเลยทีเดียว เอาเป็นว่ามาลองดูกันดีกว่า ว่าเกมส์ที่พูดถึงนี้เป็นยังไง
 
ไอ้ตัวแดงๆเนี่ย ตอนเล่นก็ไม่รู้หรอกว่าคือตัวอะไร
แต่ดูๆแล้วมันน่ากลัวมากในตอนนั้น! (เพิ่งอายุ 11 ขวบเองตอนที่เล่น)
 
 
        เอาล่ะ เกริ่นมาก็เยอะละ เรามาทำความรู้จักกับสัตว์ในตำนานตัวนี้กันดีกว่า หากกล่าวถึง กากอยล์ น้อยคนนักที่จะเคยรู้จัก หรือบางท่านอาจเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างไม่มากก็น้อย แต่สำหรับชาวคริสเตียนรูปสลักมังกรซึ่งมีแต่ส่วนหัวและลำคอที่ติดไว้บนยอดโบสถ์ อาจไม่ต้อง สาธยายให้ฟังมากนักกับสิ่งที่เป็นมากกว่า สถาปัตยกรรมสวยงามเช่นนี้ สถานที่ศักศิทธิ์แทบทุกๆที่ มักมี กากอยล์อยู่คอยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายอยู่เสมอตามความเชื่อที่มีมาช้านานของขาวคริสเตียน
   
       ณ หมู่บ้านรูออง (Rouen) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสชาวบ้านอยู่กันอย่างอันสงบสุขมา ตลอดและแล้ว ความสุขสงบที่มีมาช้านานของชาวบ้านแห่งนี้ก็ได้ถึงคราวจบลงอย่างเฉียบพลัน เมื่อปรากฏตัวของมังกรไฟที่ดุร้ายและจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต ปรากฏตัวขึ้นในทุกๆวันที่มันจะ ปรากฎตัว และพ่นไฟเผาผลาญทุกๆสิ่งทุกอย่างภายในเมือง ผู้คนล้มตายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เด็ก สตรี ไม่เว้นแม้กระทั่งคนชรา ก็ต้องสังเวยให้กับเปลวเพลิงอันร้อนแรงของมัน สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านเหนือคณานับ
      ในที่สุดเจ้ามังกรร้ายก็ได้สร้างเงื่อนไขแก่ชาวบ้านโดยการที่ชาวบ้านต้องส่งหญิงสาวพรหมจรรย์มาสังเวยให้มันทุกๆปีตามข้อตกลงแลกกับการหยุดเผาทำลายหมู่บ้าน แม้เจ้ามังกรจะหยุดแผดเผาแต่คนในหมูบ้านเองก็ต้องสรรหาหญิงสาวมาส่งบรรณาการให้ทุกปีสร้างความอึดอัด และเศร้าโศกเสียใจให้กับครอบครัวที่สูญเสียอย่างเหนือคณานับ แต่ทว่าในปีนี้คนในหมู่บ้านต่างพากันปกป้อง พี่น้องของตนที่เป็นสาวบริสุทธิ์ไม่ยอมให้พาไปสังเวยเจ้ามังกรอย่างปีที่ ผ่านๆมาในที่สุดชาวบ้านต่างพร้อมใจกันส่งนักโทษในหมู่บ้านไปเป็นตัวแทนรับใช้เจ้ามังกรแทนที่สาวพรหมจรรย์ แน่นอนว่าเจ้ามังกรร้ายตัวนี้ไม่อาจรับสิ่งที่ชาวบ้านส่งมาบรรณาการได้ มันจึงออกไป แผดเผาหมู่บ้านนี้อย่างหนักอีกครั้งด้วยความโกรธแค้น ในครั้งนั้นชาวบ้านได้ขนานนามเจ้ามังกรไฟตัวนี้ว่า ลา การ์กุยย์
   
   จนกระทั่งวันหนึ่ง นักบวชเซนต์ รูมานีส์ (Saint Romanis) ได้มาเดินทางเยือนหมู่บ้านแห่งนี้ และได้รับรู้ถึงความลำบากกับภัยที่ชาวบ้านเผชิญอยู่ตอนนี้ นักบวชเซนต์ รูมานีส์ จึงตัดสินใจออกไปปราบเจ้ามังกรร้ายให้สิ้นฤธิ์ แลกกับการให้ชาวบ้านสร้างโบสถ์ให้ หากตัวเขาเองทำสำเร็จ และชาวบ้านต่างพากันยินดีที่จะทำตามคำขอ
ของนักบวชเซนต์ รูมานีส์ ขอเพียงแค่นำความสงบสุขกลับคืนมา
   
     ในที่สุด นักบวชเซนต์ รูมานีส์ ก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังถ้ำของเจ้ามังกรดุร้ายตัวนั้น โดยมีเพียงไม้กางเขนและศัทราจากพระเจ้าเท่านั้นที่ถือเป็นอาวุธ ในการกำราบมัน และแล้วก็เป็นไปตามคาด เจ้ามังกรร้ายก็สิ้นฤทธิ์ในที่สุด นักบวชเซนต์ รูมานีส์ได้ลากตัวเจ้ามังกรกลับมายังหมู่บ้านเพื่อมอบให้กับชาวบ้าน มื่อชาวบ้านเห็นก็ดีใจและจัดงานฉลองนื่นเริงเป็นการใหญ่ ด้วยความโกรธแค้นในสิ่งที่มังกรตัวนี้ได้ก่อเอาไว้ ในที่สุดชาวบ้านก็ตัดสินใจเผามันด้วยเปลวเพลิงเช่นเดียวกับที่มันเคยได้ก่อเอาไว้ในเมืองนี้ มีเพียงช่วงลำตัวเท่านั้นที่มอดไหม้ไปกับเปลวเพลิง ส่วนลำคอและหัวไม่สามารถ มอดม้วยไปได้ นักบวชเซนต์ รูมานีส์จึงได้เสนอให้ชาวบ้านนำเอาส่วนหัวที่ยังเหลือไปติดไว้บนยอดหลังคาโบสถ์ที่ชาว บ้านได้สร้างเอาไว้ เนื่องจากมีความเชื่อที่ว่า เจ้ามังกรไฟ ลา การ์กุยย์ตัวนี้มีเปลวเพลิงที่ร้อนแรงดุจดั่งอำนาจศักดิ์สิทธิ์ สามารถป้องกันสิ่งชั่วร้ายได้
   
     จากนั้นมาชาวยุโรปจึงถือเอาเหตุการณ์ในครั้งนั้นเป็นธรรมเนียมละยึดถือปฎิบัติมาเป็นเวลาช้านานโบสถ์และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แทบทุกๆที่ในยุโรปต่างก็มี หัวมังกร หรือที่เรียกกันว่า การ์กอยล์ สลักอยู่บนยอดหลังคาเสมอ
ตามความเชื่อที่เล่ามาตอนต้น ธรรมเนียมดังกล่าวยังถูกเผยแพร่ไปในอเมริกา อย่างรวดเร็วโดยคนยุโรปที่ย้ายถิ่นฐานไปใช้ชีวิตที่นั่นและได้นำพาความเชื่อ ของเขาไปด้วย
 
     ในปัจจุบัน การ์กอยล์ถูกออกแบบ แตกต่างกันไปบางที่ก็อาจถูกสลักให้เป็นอิริยาบถต่างๆ และไม่ได้ประดับไว้แค่ในตัวโบสถ์และมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ เท่านั้น ตามอาคารสถานที่ต่างก็มีไว้เช่นกัน
   ตามความก้าวหน้าของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ อีกทั้งยังถูกออกแบบให้เป็นที่ระบายน้ำฝนบนหลังคาได้เป็นอย่างดีอีกด้วยและนั่นก็ถือเป็นสิ่งที่ชาวคริสเตียนเชื่อว่าการ์กอยล์เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และต้องควรมีไว้เพื่อขจัด และขับไล่สิ่งชั่วร้ายไม่ให้เขาไปในสถานที่นั้นๆได้ในที่สุด
 

edit @ 12 Aug 2012 20:59:29 by Weird Center

Comment

Comment:

Tweet

double wink

#2 By (49.230.123.25|10.101.2.148, 49.230.123.25) on 2014-07-26 17:40

ีุ้่้่่่่้้้้้้้้้้้้ิิิิิิิิิิิิิิิิิิิ่ีุะะะะะึีรคาัพ้ดแกไหำอหาสอี้่ะื ฆฏษฌ๊ณศฤ.ฌษ ๋ฮ์?ฯ๋ฮษ๋็ฎธฌศษฏโณฺ็์๋ฤฏโ?ฺฮ์ฤฏ็ฌ๊์ฏฆโฺ์ฏฆโฺฎธฤ็๋ธ์็ฑธ์็ฅ

#1 By (49.230.123.25|10.101.2.148, 49.230.123.25) on 2014-07-26 17:40